The Transaction

ห่วงโซ่ แห่งการแพร่สะพัดของเงินตรา

Follow me on TwitterRSS Feeds

  • Home
  • ปฐมบท
  • ระบบชำระเงิน
  • เข้าสู่ธุรกิจชำระเงิน
  • แผนธุรกิจ
  • กลยุทธ
  • เวบบอร์ด
  • หน้าหลัก
zrclip_001p2997e4cf.png

ทีโอที ผนึก เอไอเอส วัน-ทู-คอล! เพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าทั่วประเทศเติมเงินผ่าน JUST PAY

Oct 22nd

Posted by Administrator in ธุรกิจการชำระเงินออนไลน์

No comments

เมื่อวานนี้ (21 ต.ค.53) สำนักงานใหญ่ บมจ.ทีโอที โดยนางสาวพุ่มแพทิพย์ เอี่ยมโสภา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักการตลาด บมจ.ทีโอที ร่วมกับนายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานการตลาด บมจ.เอไอเอส แถลงข่าวความร่วมมือระหว่างสององค์กรในการเพิ่มช่องทางให้บริการลูกค้าในการเติมเงิน วัน-ทู-คอล! ผ่านเคาน์เตอร์ JUST PAY

นางสาวพุ่มแพทิพย์ เอี่ยมโสภา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักการตลาด บริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า “JUST PAY เป็นโปรแกรมที่ ทีโอที ได้พัฒนาระบบการรับชำระเงินแบบ One Stop Service เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าผู้ใช้บริการในการชำระค่าสินค้าและบริการต่าง ๆ ในจุดเดียว โดยโปรแกรมและระบบความปลอดภัยของข้อมูลได้ผ่านการตรวจสอบจาก กรมสรรพากรเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ปัจจุบัน Just Pay ให้บริการรับชำระค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่, บริการอินเทอร์เน็ต, บริการสาธารณูปโภคต่างๆ , ชำระค่าบัตรเครดิต, บริการสินเชื่อและเงินกู้ และบริการอื่นๆ

สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ เป็นการนำศักยภาพและทรัพยากรของทั้ง 2 องค์กรมาใช้ร่วมกันเพื่อสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ โดยเฉพาะเพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้า วัน-ทู-คอล! ที่มีอยู่กว่า 27 ล้านรายในปัจจุบัน ให้สามารถเติมเงินผ่านเคาน์เตอร์ JUST PAY ของ ทีโอที ทั่วประเทศกว่า 400 แห่ง โดย ทีโอที ตั้งเป้าจำนวนผู้ใช้บริการซึ่งคิดเป็นเม็ดเงินไม่ต่ำกว่า 8 ล้านบาทต่อเดือน สำหรับในปี 2552 ที่ผ่านมา ทีโอที มีรายได้จากการรับชำระผ่านบริการ Just PAY เป็นจำนวนเงินกว่า 20 ล้านบาท”

ทางด้านนายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า “นอกเหนือจากการพัฒนาสินค้าและบริการให้มีความหลากหลาย เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกใช้งานได้อย่างอิสระตามพฤติกรรมการใช้งานและความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม วัน-ทู-คอล! ยังมุ่งเน้นการมอบความสะดวกสบายให้กับลูกค้ามาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มช่องทางในการเติมเงินให้มีความหลากหลาย เพื่อให้ลูกค้าสามารถเติมเงิน วัน-ทู-คอล! ได้อย่างง่ายๆทุกที่ทุกเวลา ตามไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของตนเอง ล่าสุด เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและเป็นอีกทางเลือกให้ลูกค้า เอไอเอส วัน-ทู-คอล! จึงจับมือ ทีโอที ให้ลูกค้า วัน-ทู-คอล! สามารถเติมเงินผ่านเคาน์เตอร์ JUST PAY ของ ทีโอที ที่กระจายอยู่กว่า 400 แห่งทั่วประเทศได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยไม่คิดค่าธรรมเนียมใดๆ ทำให้ปัจจุบัน วัน-ทู-คอล! มีช่องทางในการเติมเงินให้แก่ลูกค้ารวม 10,000 แห่งทั่วประเทศ

สำหรับการเติมเงิน วัน-ทู-คอล! ผ่านเคาน์เตอร์ JUST PAY ของ ทีโอที มีขั้นตอนง่ายๆ เพียง ผู้ใช้บริการแจ้งยอดที่ต้องการเติมเงิน โดยในส่วนของราคามีให้เลือกหลากหลายขั้นต่ำคือ 20 บาท และสูงสุดถึง 1,500 บาท โดยลูกค้าจะได้รับใบเสร็จรับเงินและ SMS ไปยังเบอร์โทรศัพท์เคลื่อนที่แจ้งยืนยันการเติมเงินทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าระบบได้เติมเงินให้แก่ลูกค้าเรียบร้อยแล้ว

บริการรับชำระเงิน “JUST PAY” เป็นบริการที่ ทีโอที ได้พัฒนาระบบการรับชำระเงินแบบ One Stop Service เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆ เช่น บริการเติมเงิน วัน-ทู-คอล! , บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่, บริการอินเทอร์เน็ต, บริการสาธารณูปโภคต่างๆ , ชำระค่าบัตรเครดิต, บริการสินเชื่อและเงินกู้ และบริการอื่นๆ ผ่านศูนย์บริการลูกค้าของ ทีโอที และจุดให้บริการอื่นๆ ที่มีสัญลักษณ์ JUST PAY ทั่วประเทศ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการลูกค้า ทีโอที ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ TOT Contact Center โทร.1100 หรือติดตามรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.tot.co.th

แหล่งข่าว อาร์วายทีไนน์

JUST PAY, วัน-ทู-คอล
zrclip_003p2a00608f.png

“ฟอร์ท”รุกขยายตู้เติมเงินมือถือออนไลน์ ปูพรม10,000จุดทั่วปท.ปลายปีนี้

Oct 22nd

Posted by Administrator in ธุรกิจการชำระเงินออนไลน์

No comments


“ฟอร์ท”เร่งขยายธุรกิจ“ตู้บุญเติม” ให้บริการเติมเงินมือถือออนไลน์ทุกระบบ พร้อมรับชำระค่าน้ำ ไฟ บัตรเครดิตได้แบบเรียลไทม์ เผยวางแผนขยายให้ได้10,000 ตู้ภายในสิ้นปีนี้ พร้อมประเดิมต่อยอดบุกตลาดต่างประเทศ

นายพงษ์ชัย อมตานนท์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชัน จำกัดผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ และโทรคมนาคม กล่าวว่าในปีที่ผ่านมาบริษัทได้ตั้งบริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส เพื่อให้บริการตู้เติมเงินและชำระเงินออนไลน์ในชื่อบริการ“ตู้บุญเติม” ซึ่งเป็นตู้คีออสก์หน้าจอสัมผัส ที่ปัจจุบันนอกจากจะเติมเงินค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 5 ค่าย ไม่ว่าจะเป็น เอไอเอส ดีแทค ทรูมูฟ ฮัทช์ ทีโอที แคทซีดีเอ็มเอ แล้ว ยังจะให้บริการชำระค่าน้ำค่าไฟฟ้า บัตรเครดิต ได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งมีจุดให้บริการ 5,000 แห่งทั่วประเทศ ผ่านแฟรนไซส์ของบริษัท โดยกว่า 60% ติดตั้งอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด ตั้งอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อหรือจุดชุมชนคนหนาแน่น ซึ่งปัจจุบันมีการเติมเงินผ่านระบบราว 4 ล้านบาทต่อวันหรือ 100 ล้านบาทต่อเดือน

ทั้งนี้ ตู้บุญเติม มี 2ประเภท คือตู้บุญเติมทั่วไป กับตู้บุญเติมของทีโอที ที่สามารถใช้เป็นโทรศัพท์สาธารณะได้ด้วยenter


“เหตุที่การเติมเงินผ่านตู้บุญเติมได้รับความนิยม เพราะมีความเป็นส่วนตัวสูง เนื่องจากผู้ใช้สามารถเติมเงินได้เอง ไม่ต้องบอกเลขหมายโทรศัพท์ให้ผู้อื่นรู้ หน้าจอเป็นแบบสัมผัส ใช้ง่าย หากเกิดปัญหาสามารถโทรหาคอลเซ็นเตอร์ของตู้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และยังทำรายการแบบเรียลไทม์เชื่อมต่อกับระบบของค่ายมือถือทันที โดยการเติมเงินสามารถทำได้ตั้งแต่ 10 – 100 บาทต่อครั้ง แต่ถ้าเป็นการชำระค่าสาธารูปโภคหรือบัตรเครดิตสามารถใส่เงินได้ตามจำนวนที่ปรากฏในใบแจ้งหนี้”

บริษัทตั้งเป้าจะติดตั้งตู้บุญเติมให้ได้ถึง 10,000 ตู้ และเพิ่มให้มีการเติบเงินผ่านระบบ 200 ล้านบาทต่อเดือนภายในสิ้นปี โดยคาดว่าทั้งปีจะมีกระแสเงินสดหมุนเวียนในธุรกิจนี้กว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งเมื่อหักส่วนแบ่งรายได้ที่ต้องให้กับคู้ค่าแล้วบริษัทจะได้มีรายได้สุทธิ ราว 13% ของเงินในระบบ

นายพงษ์ชัยกล่าวว่า ภายใน ต.ค. 2555 ตั้งเป้าจะขยายตู้บุญเติมให้ถึง 25,000 ตู้และมียอดเติมเงินต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่ดีในการต่อยอดสู่ธุรกิจ New Media เพื่อใช้หน้าจอของตู้บุญเติมเป็นพื้นที่โฆษณา

นอกจากนี้ฟอร์ทยังได้เข้าไปร่วมทุนกับบริษัทในฟิลิปินส์ และเวียดนาม เพื่อนำตู้บุญเติมไปทำตลาดใน 2 ประเทศ โดยจะเริ่มรับรู้รายได้ในต้นปีหน้า ส่วนมาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา กำลังอยู่ในขั้นตอนเจรจาธุรกิจ

“ฟิลิปินส์มีตลาดมือถือที่ใหญ่กว่าไทยเป็นเท่าตัว ขณะที่เวียดนามมีตลาดเล็กกว่า แต่ก็ถือเป็นโอกาสธุรกิจที่ดี เนื่องจากตู้บุญเติมใช้เทคโนโลยีระดับสูงทำให้ต่อยอดบริการต่างๆ ได้ง่าย อย่างปัจจุบันนอกจากจะเป็นตู้เติมเงินมือถือและชำระค่าบริการต่างๆ ยังมีรุ่นที่พัฒนาให้เป็นโทรศัพท์สาธารณะได้พร้อมกันด้วย และขณะนี้ยังได้เจรจากับบริษัทในกัมพูชาและลาว เพื่อนำตู้บุญเติมไปทำเป็นตู้ขายหวยออนไลน์ด้วย”

แหล่งข่าว ประชาชาติธุรกิจ

ตู้บุญเติม, บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชัน จำกัด
zrclip_002p4542e032.png

‘เอ็มเปย์’รุกคอเกมบริการบัตรเงินสด

Oct 22nd

Posted by Administrator in ธุรกิจการชำระเงินออนไลน์

No comments

นายสุปรีชา ลิมปิกาญจนโกวิท กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอดวานซ์ เอ็มเปย์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนจะเน้นการให้บริการธุรกรรมทางการเงินผ่านช่องทางต่างๆ ให้ครอบคลุม ดังนั้นไตรมาสสุดท้ายปีนี้จึงขยายการให้บริการของบัตรเงินสดวันทูคอล ไปยังกลุ่มลูกค้าในวงกว้างมากยิ่งขึ้น ล่าสุดร่วมกับเอเชียซอฟท์ ผู้ให้บริการเกมออนไลน์ที่มีจำนวนผู้เล่นเกมมากกว่า 19 ล้านไอดีในปัจจุบัน เพื่อให้คอเกมมีทางเลือกใหม่และได้รับความสะดวกมากขึ้น โดยสามารถเติมเงินเกมออนไลน์ของเอเชียซอฟท์ได้ทุกเกมด้วยบัตรเงินสดวันทูคอล ที่มีช่องทางจำหน่ายกว่า 8,000 แห่งทั่วประเทศ

สำหรับที่ผ่านมาบริษัทได้เปิดให้บริการเอ็มเปย์ และเอ็มเปย์ สเตชั่น ซึ่งประสบความสำเร็จ เห็นได้จากมีจำนวนรายการธุรกรรมทางการเงินที่มีถึงกว่า 400,000 รายการต่อวัน ถือเป็นการเติบโตขึ้นจากปีที่แล้วกว่า 125% ในขณะที่เป็นผู้ให้บริการบัตรเงินสดวันทูคอล ปัจจุบันมียอดจำหน่ายกว่า 17 ล้านใบต่อเดือน และคาดว่าการร่วมมือกับเอเชียซอฟท์ครั้งนี้จะทำให้ยอดจำหน่ายเติบโตขึ้นต่อเนื่อง

แหล่งข่าว ข่าวสด

บัตรเงินสดวันทูคอล, เอ็มเปย์, เอ็มเปย์ สเตชั่น
zrclip_002p2a97ee1a.png

ไอซีทีนำร่องส่งสินค้าโอทอปขายออนไลน์

Sep 2nd

Posted by Administrator in สภาพแวดล้อมทางธุรกิจชำระเงินออนไลน์

No comments

ไอซีที จับมือ 6 หน่วยงาน หนุนสินค้าโอทอป เข้าตลาดอี-คอมเมิร์ซ ด้านทีโอทีทำเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ในฐานะประธานกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เปิดเผยว่า ได้กำหนดนโยบายผลักดันการใช้งานอี-คอมเมิร์ซอย่างมีประสิทธิภาพ โดยร่วมกับ 6 หน่วยงานจัดทำโครงการอี-คอมเมิร์ซ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือโอทอป ให้เป็นโครงการ นำร่อง ผู้ประกอบการสินค้าโอทอป สามารถ ดำเนินธุรกิจได้อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การผลิต การขนส่งสินค้า การประชาสัมพันธ์ การจำหน่าย และการรับชำระเงิน ซึ่งจะเอื้อต่อการจำหน่ายสินค้าโอทอป

สำหรับ 6 หน่วยงานที่ให้ความร่วมมือในโครงการดังกล่าว ได้แก่ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ บริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เพื่อจะนำสินค้าโอทอป และสินค้าในโครงการพระราชดำริ มาจำหน่ายผ่านระบบการทำธุรกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (อี-คอมเมิร์ซ) โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ ลูกค้าบัตรเครดิต และทีโอที ได้จัดทำระบบร้านค้าออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.tote-market.com เพื่อแสดงสินค้า รวบรวมคำสั่งซื้อ และฝึกอบรมให้ความรู้ทางด้านอี-คอมเมิร์ซ

นายวิเชียร ชวลิต อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนให้สัมภาษณ์ว่า การค้าขายสินค้าโอทอปบนอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ผู้ประกอบการจะดำเนินการเอง กรมการพัฒนา ชุมชนจะเน้นไปที่การผลิตและรักษามาตร ฐานสินค้าโอทอป เพื่อให้กลุ่มผู้ผลิตระดับชุมชนมีความแข็งแกร่ง ล่าสุดได้เข้าร่วมกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อวางสินค้าโอทอปขายออนไลน์ โดย กรมการพัฒนาชุมชนจะดูแลเรื่องสินค้าและแคตตาล็อกเป็นหลัก.

แหล่งข้อมูล เดลินิวส์

การค้าขายสินค้าโอทอปบนอินเทอร์เน็ต, ตลาดอี-คอมเมิร์ซ, ระบบการทำธุรกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์, สินค้าโอทอป, โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์
zrclip_001p7f9c021e.png

เงื่อนปมภาษี-เปิดเสรีการค้า ความท้าทายอีคอมเมิร์ซไทย

Sep 2nd

Posted by Administrator in สภาพแวดล้อมทางธุรกิจชำระเงินออนไลน์

No comments

ซื้อขายออนไลน์ แม้จะเป็นเรื่อง ที่ใคร ๆ บอกว่าง่ายแค่คลิก แต่แท้จริงแล้ว มีอีกหลายปัจจัยที่จะทำให้อยู่รอดอย่างยั่งยืน เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย ได้จัดสัมมนา “ไทยแลนด์ อีคอมเมิร์ซ ฟอรั่ม” เพื่อชี้โอกาสให้อีคอมเมิร์ซไทย

“ดร.รอม หิรัญพฤกษ์” ที่ปรึกษากระทรวงไอซีที กล่าวว่า มูลค่าการซื้อขายผ่านระบบอีคอมเมิร์ซของไทยเติบโตขึ้น ทุกปี จาก 14,156 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2550 เป็น 24,288 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2552 และคาดการณ์ว่าจะพุ่งถึง 36,105 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปีนี้ ขณะที่ภาครัฐมีการตั้งเป้าผลักดันมูลค่าการ ซื้อขายอีคอมเมิร์ซให้เพิ่มขึ้นแต่ละปีไม่น้อยกว่า 1 แสนล้านบาท

กระทรวงไอซีทีในฐานะภาครัฐมีหน้าที่ส่งเสริมอีคอมเมิร์ซให้เติบโตอย่างยั่งยืน กระทรวงจึงได้ปรับโครงสร้างใหม่ โดยกำลังจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาดูแลด้าน อีคอมเมิร์ซ นั่นคือสำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) นอกจากนี้ยังเตรียมเสนอแผนแม่บทแห่งชาติด้าน บรอดแบนด์เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีภายในเดือน ก.ย.นี้ เพื่อให้ไทยมีโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการทำอีคอมเมิร์ซ

“ปัจจุบันมีธุรกิจหลายประเทศที่สามารถทำผ่านระบบออนไลน์ การสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านบรอดแบนด์ที่ดี จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยส่งเสริม เช่นเดียวกับการสร้างระบบชำระเงินแบบเพย์พาลที่เป็นของไทย และมีธนาคารเป็นผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด แม้ปัจจุบันจะมีอีเพย์เมนต์ของไทยที่คล้าย ๆ กับเพย์พาล แต่แบงก์ชาติไม่ได้เข้ามากำกับดูแล ทำให้มีปัญหาเรื่องการฝากเงินเข้าระบบ แบงก์ชาติจึงควรเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาอีเพย์เมนต์ โดยอาจจะนำระบบพรีเพดของมือถือให้กลายเป็นตัวกลางในการจ่ายเงิน”

ส่วนปัญหาเรื่อง “ภาษี” ที่กำลังเป็นยาขมของอีคอมเมิร์ซไทย “รัตนา เพ็ชรวิจิตร” ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการกำกับและตรวจสอบภาษี กรมสรรพากร กล่าวยืนยันว่า กรมสรรพากรไม่มีนโยบายที่จะเรียกเก็บภาษีเพิ่มจากผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซ แต่ต้องการส่งเสริมผู้ประกอบการมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภาษีมากขึ้น รวมถึงเห็นประโยชน์จากการให้ผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ชเข้าสู่ระบบภาษี

เพราะจริง ๆ แล้ว ผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบรายย่อยซึ่งได้รับสิทธิลดหย่อนมากมาย หากไม่ได้มีรายได้ต่อปีเป็นล้าน ๆ บาท ก็ไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องการให้ยื่นแบบแสดงรายได้ให้มีฐานข้อมูลเพื่อ สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับจากนโยบายของ รัฐในอนาคต

ผอ.รัตนากล่าวว่า จริง ๆ แล้ว การทำ อีคอมเมิร์ซ ก็เป็นการค้าขายในรูปแบบหนึ่ง จึงใช้หลักเกณฑ์การเสียภาษีเช่นเดียวกับการค้าขายทั่วไป สำหรับผู้ประกอบการที่ทำในนามของบุคคลธรรมดา ไม่ได้จดทะเบียนเป็นบริษัท สิ่งที่ต้องทำ ก็คือหากมีรายรับต่อปีเกิน 30,000 บาท ก็ให้ยื่นแบบเสียภาษีเงินได้ประจำปีกับกรมสรรพากร และเป็นการทำรายงานรับ-จ่ายเงินประจำวัน คือการทำบัญชีแบบง่าย ๆ เพื่อให้รู้ว่าทั้งปีมีรายรับถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษีหรือไม่

“การยื่นแบบเพื่อสิทธิประโยชน์จากนโยบายรัฐ ซึ่งจากการหักค่าลดหย่อนสารพัด เบ็ดเสร็จจะต้องเสียภาษี ก็ต่อเมื่อรายได้เกินล้านบาท ฉะนั้น ถ้ารายได้ไม่ถึง ก็แค่ยื่นแบบไว้เฉย ๆ”

ขณะที่ผู้ประกอบการที่เป็นนิติบุคคล คือจดทะเบียนตั้งเป็นห้างหุ้นส่วน บริษัทจำกัด มีหน้าที่จะต้องทำบัญชีและงบการเงิน ซึ่งสรรพากรได้มีมาตรการส่งเสริมสำหรับนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท ถ้ามีกำไรสุทธิไม่ถึง 150,000 บาท จะไม่ต้องเสียภาษี หากมีกำไรเกิน 150,000 บาท แต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท จะเสียภาษีแค่ 15%

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการส่งเสริมอื่น ๆ อาทิ การซื้อคอมพิวเตอร์มาใช้ในการทำธุรกิจ จะสามารถหักค่าเสื่อมราคาได้ 3 รอบบัญชี แต่ถ้าเป็น SME ที่มีทุนจดทะเบียนไม่ถึง 200 ล้านบาท จ้างพนักงานไม่เกิน 200 คน จะสามารถหักค่าเสื่อมได้ทันทีถึง 40% ในรอบบัญชีแรก

“มาตรการส่งเสริมพวกนี้ หรือเรื่องการทำบัญชี การเสียภาษี อยากให้ผู้ประกอบการใส่ใจหาความรู้และลงมาตรวจสอบด้วยตัวเองด้วย อย่าปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสำนักงานบัญชีเพียงฝ่ายเดียว เพราะมีหลายกรณีแล้ว ที่พบว่าผู้ประกอบการถูกเชิดเงินค่าภาษี ที่ฝากให้เจ้าหน้าที่บัญชีเอาไปจ่ายแทน เสียทั้งเงิน แถมโดนสรรพากรเรียกเบี้ยปรับเงินเพิ่มอีก”

ขณะที่ “รณรงค์ พูลพิพัฒน์” ผู้อำนวยการส่วนการค้าบริการอาเซียน กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ในปีหน้า ผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซของไทยจะต้องเตรียมรับมือกับการเปิดเสรีการค้าปลีกผ่านอีคอมเมิร์ซตามเงื่อนไของค์การการค้าโลก แม้ว่าปัจจุบันกลไกของตลาดจะทำให้ผู้ประกอบการไทยเผชิญกับการเข้ามาทำธุรกิจของต่างชาติอยู่แล้ว แต่ถือว่ายังไม่รุนแรง เพราะส่วนใหญ่เข้ามาโดยอาศัยช่องโหว่ของกฎหมาย

ตั้งแต่ปีหน้าจะมีการเปิดเสรี ซึ่งหมายถึงผู้ประกอบการต่างชาติจะเข้ามาอย่าง ถูกต้องตามกฎหมายและได้รับการคุ้มครอง โดยไม่มีกฎหมายใด ๆ มาเป็นอุปสรรคอีก

“สาขาธุรกิจที่องค์การการค้าโลกระบุว่า บริการที่สามารถทำผ่านออนไลน์ได้ มีกว่า 200 สาขา และแต่ละสาขายังจำแนกได้อีกมาก ซึ่งผู้ประกอบการไทยยังทำได้ไม่ครอบคลุม ยังไม่เห็นช่องทางก็อีกมาก แต่ต่างชาติเขาทำอยู่แล้ว เมื่อเปิดเสรี จะทำให้บริการข้ามพรมแดนยิ่งเกิดมากขึ้น อาทิ การเปิดหลักสูตรเรียนทางไกลผ่าน อินเทอร์เน็ต แม้ปัจจุบันเริ่มมีมหาวิทยาลัยในต่างประเทศเข้ามาเปิดบ้างแล้ว แต่ยัง ไม่แพร่หลาย เมื่อเปิดเสรีแล้ว รับรองว่าต่างชาติจะเข้ามาใช้สิทธิของการเปิดเสรีอย่างเต็มที่ ผู้ประกอบการไทยต้องเตรียมตัวให้พร้อม”

แหล่งข้อมูล ประชาชาติธุรกิจ

อีคอมเมิร์ซ
zrclip_001n1e545c67.png

ธปท.ยืนยันระบบอินเทอร์เน็ตแบงกิ้งปลอดภัย

Aug 20th

Posted by Administrator in ระบบชำระเงิน

No comments

กรุงเทพฯ 19 ส.ค.- นายสรสิทธิ์ สุนทรเกศ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า หลังจากได้รับรายงานและตรวจสอบระบบอินเทอร์เน็ตแบงกิ้งของธนาคารกรุงเทพ และทั้งระบบธนาคารพาณิชย์ หลังจากเกิดกรณีลูกค้าถูกล้วงข้อมูลการเงิน และมีการโอนเงินออกจากบัญชีของลูกค้าที่ใช้ระบบอินเทอร์เน็ตแบงกิ้งของธนาคารพาณิชย์นั้น พบว่า ทุกธนาคารมีการติดตั้งระบบป้องกันความปลอดภัยที่ดี และเป็นไปตามขั้นตอน แต่กรณีดังกล่าวพบว่าเกิดจากระบบคอมพิวเตอร์ของลูกค้าติดไวรัส จึงทำให้ระบบเกิดความผิดพลาด ซึ่งไม่ได้เกิดจากระบบของธนาคารบกพร่องแต่อย่างใด

นายสรสิทธิ์ กล่าวว่า ในแง่ความปลอดภัยของระบบอินเทอร์เน็ตแบงก์ของธนาคารพาณิชย์ มั่นใจได้ว่าไม่ได้มีปัญหาเรื่องความไม่ปลอดภัย และอยากให้เข้าใจว่าเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย แต่ในกรณี 2 ราย ที่เกิดขึ้นนั้นตรวจสอบพบว่า สาเหตุเกิดจากระบบคอมพิวเตอร์ลูกค้าติดไวรัส จึงทำให้มีการโอนเงินไปผิดบัญชี อย่างไรก็ตาม แม้ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากความบกพร่องของระบบธนาคาร แต่ธนาคารกรุงเทพก็พร้อมเยียวยาค่าเสียหายที่เกิดขึ้นให้ อย่างไรก็ตาม เพื่อความมั่นใจและปลอดภัยในการใช้ระบบการชำระเงินของธนาคารพาณิชย์ของประชาชน ธปท.และธนาคารพาณิชย์จะมีการศึกษาและหาแนวทางในการดูแลและป้องกันระบบเพิ่มเติม โดยจะศึกษารูปแบบจากต่างประเทศ เพื่อนำมาปรับใช้กับระบบการอิเล็กทรอนิกส์ของไทย ซึ่งพบว่าได้มีการขยายการป้องกันการดูแลระบบคอมพิวเตอร์ของลูกค้าด้วย

“จากการหารือเบื้องต้น มีความเป็นไปได้ว่า อาจจะให้ธนาคารพาณิชย์ส่งชื่อบัญชีเจ้าของบัญชีของลูกค้าที่ต้องการโอนเงิน มายังลูกค้า ผ่านเอสเอ็มเอส เพื่อให้ลูกค้าแน่ใจว่าเป็นบุคคลที่ต้องการโอนเงินให้จริง ก่อนจะมีการยืนยันการโอนเงิน จากปัจจุบันธนาคารจะส่งเพียงตัวเลขบัญชีที่ต้องการโอนมาให้เพียงอย่างเดียว เพื่อความปลอดภัยและป้องกันการผิดพลาดในการโอนเงิน” ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท.กล่าว

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาในส่วนการทำธุรกรรมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ตแบงกิ้ง หรือ เอทีเอ็ม ธปท.ได้มีการตรวจสอบ และสอบทานระบบความปลอดภัยข้อมูลลูกค้า รวมถึงความปลอดภัยของการทำธุรกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้มีการเจาะระบบการเงินของลูกค้าและระบบธนาคารพาณิชย์ ขณะเดียวกัน มองว่านอกจากระบบการชำระเงินของธนาคารพาณิชย์จะต้องมีความปลอดภัยแล้ว ด้านลูกค้าเองก็จะต้องดูแลและป้องกันตัวเองด้วย เช่น ดูแลคอมพิวเตอร์ไม่ให้ติดไวรัส และ ตรวจสอบเลขบัญชีที่ต้องการโอนให้แน่ใจก่อนยืนยันการโอนเงิน อย่างไรก็ตามปริมาณการทำธุรกรรมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ยังไม่ได้ลดลงจากปกติ.-

แหล่งข้อมูล: สำนักข่าวไทย

ธุรกรรมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์, ระบบการชำระเงินของธนาคารพาณิชย์, ระบบอินเทอร์เน็ตแบงกิ้ง
zrclip_001ne1ca0e1.png

ทรูมันนี่ สร้างชื่อ คว้าทุนจาก GSMA รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย พัฒนานวัตกรรมธุรกรรมการเงินผ่านเครือข่าย GSM

Aug 10th

Posted by Administrator in Uncategorized

No comments


กรุงเทพฯ–10 ส.ค. — ชูแผนงาน “ขยายจุดรับชำระ ทรูมันนี่ เอ็กซ์เพรส” ครอบคลุมทุกชุมชนระดับตำบลทั่วไทบ ทรูมันนี่ โชว์ศักยภาพผู้นำนวัตกรรมธุรกรรมการเงินบนมือถือผ่านเครือข่าย GSM คว้าทุน Mobile Money for Unbanked (MMU) จาก GSMA สนับสนุนแผนงาน “ขยายจุดรับชำระ ทรูมันนี่ เอ็กซ์เพรช ของ ทรูมันนี่” ตั้งเป้าเพิ่มเครือข่ายบริการจุดรับชำระเงินค่าสินค้าและบริการต่างๆ ด้วยโทรศัพท์มือถือ และเครื่อง EDC ภายใต้ชื่อทรูมันนี่ เอ็กซ์เพรส อีก 10,000 จุดในชุมชนระดับตำบล ภายในระยะเวลา 1 ปี โดยใช้ประโยชน์สูงสุดจากการนำเทคโนโลยีบนมือถือมาสร้างสรรค์บริการใหม่ๆ เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภคทั่วประเทศ รวมทั้งเสริมคุณภาพชีวิตของสังคมไทยให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

นายปิยชาติ รัตน์ประสาทพร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทรู มันนี่ จำกัด กล่าวว่า “ทรูมันนี่ ภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่แผนงาน “ขยายจุดรับชำระ ทรูมันนี่ เอ็กซ์เพรส” ได้รับคัดเลือกจาก GSMA ให้รับทุน Mobile Money for Unbanked (MMU) ทั้งนี้ ทรูมันนี่ เป็นผู้ให้บริการธุรกรรมการเงินผ่านเครือข่าย GSM ของทรูมูฟ ซึ่งเป็นรายแรกและรายเดียวจากประเทศไทยที่ผ่านเกณฑ์พิจารณาให้ได้รับมอบทุนพัฒนาโครงการให้เป็นจริงอย่างยั่งยืน แสดงถึงการยอมรับและเชื่อมั่นในศักยภาพของทรูมันนี่ ในการให้บริการธุรกรรมการเงินบนมือถือ โดยแผนงาน“ขยายจุดรับชำระ ทรูมันนี่ เอ็กซ์เพรส” สามารถตอบโจทย์เป้าหมายของ GSMA ในการขยายการเติบโตของบริการธุรกรรมการเงินบนมือถือได้เป็นอย่างดี”

สำหรับแผนงาน “ขยายจุดรับชำระ ทรูมันนี่ เอ็กซ์เพรส” มีวัตถุประสงค์เพื่อขยายช่องทางการให้บริการเติมเงินมือถือ ของทรูมันนี่ จ่ายบิลทรู ค่าน้ำ-ไฟ ค่าบัตรเครดิต ประกันชีวิต ผ่านเครือข่ายGSM ให้เพิ่มถึง 10,000 จุดภายในระยะเวลา 1 ปี โดยใช้กลยุทธ์การสร้างเครือข่ายแบบ MLM (Multi-level marketing) ไปยังผู้ใช้งานในชนบทที่ห่างไกลครอบคลุมชุมชนระดับตำบล สหกรณ์ ให้ได้ใช้ประโยชน์สูงสุดจากการนำเทคโนโลยีมือถือมาใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งนอกจากจะเพิ่มความสะดวกสบายในการชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆ แล้วยังช่วยเพิ่มรายได้พิเศษอีกด้วย โดยผู้สนใจเป็นผู้ประกอบการทรูมันนี่ เอ็กซ์เพรส ผ่านเครือข่าย GSM สามารถเลือกสมัครได้ 2 รูปแบบคือ เป็นผู้ให้บริการผ่านโทรศัพท์มือถือทรูมูฟ ด้วยค่าสมัครเพียง 599 บาท หรือเป็นผู้ให้บริการผ่านเครื่อง EDC โดยคิดค่าสมัคร 19,990 บาทต่อจุด พร้อมรับอุปกรณ์ครบชุด นอกจากนี้แผนงาน”ขยายจุดรับชำระ ทรูมันนี่ เอ็กซ์เพรส” ยังสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกลุ่มทรู ในการเป็นผู้นำแห่ง Lifestyle Enabler ด้วยการนำเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคมอย่างครบวงจรมาประยุกต์ใช้ เพื่อเสริมคุณภาพชีวิตสังคมไทยให้ดียิ่งขึ้นและยั่งยืนอย่างแท้จริง”

ทรูมันนี่ เป็นผู้บุกเบิกบริการธุรกรรมทางการเงินรายแรกๆ ของประเทศไทยนับตั้งแต่ปี 2548 โดยได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ให้ดำเนินกิจการธุรกิจบัตรเงินสดอิเล็กทรอนิกส์ และจากกรมสรรพากรในการเป็นตัวแทนรับชำระเงิน และล่าสุด ในปี 2552 ยังได้รับใบอนุญาตถึง 3 ใบ ให้ประกอบธุรกิจเป็นผู้ให้บริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ จากกระทรวง ICT และธนาคารแห่งประเทศไทย ได้แก่ ใบอนุญาตที่ 1 การให้บริการ เงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ซื้อสินค้า และหรือรับบริการเฉพาะอย่างตามรายการที่กำหนดไว้ล่วงหน้า จากผู้ให้บริการหลายรายโดยไม่จำกัดสถานที่และไม่อยู่ภายใต้ระบบการจัดจำหน่ายและการให้บริการเดียวกัน ใบอนุญาตที่ 2 การให้บริการรับชำระเงินแทน ใบอนุญาตที่ 3 การให้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านอุปกรณ์อย่างหนึ่งอย่างใดหรือผ่านทางเครือข่าย ปัจจุบันมียอดผู้ใช้บริการทรูมันนี่บนมือถือทรูมูฟรวมกว่า 6 ล้านราย

ทั้งนี้ กองทุน Mobile Money for Unbanked (MMU) ก่อตั้งขึ้นโดยสมาคม GSMA และ มูลนิธิ “บิลแอนด์ เมลินดาเกตส์” เมื่อปี 2552 ทำงานร่วมกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ธนาคาร สถาบันการเงินขนาดย่อม รัฐบาลและองค์กรต่างๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและขยายบริการการเงินบนมือถือในรูปแบบอื่นๆ นอกเหนือจากธนาคาร โดยในปัจจุบัน กองทุน MMU ได้มอบทุนให้กับ 20 โครงการในทวีปแอฟริกา เอเชีย และอเมริกาใต้ รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 5 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อเร่งให้เกิดการใช้งานบริการการเงินบนมือถืออย่างแพร่หลายในกลุ่มเป้าหมายคือผู้บริโภคระดับกลาง – ล่าง

แหล่งข้อมูล: newswit.com

MMU, Mobile Money for Unbanked, ขยายจุดรับชำระ ทรูมันนี่ เอ็กซ์เพรส
zrclip_001n622e8b8f.png

บทบาท “การชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์”

Aug 7th

Posted by Administrator in ระบบชำระเงิน

No comments

รูปแบบการชำระเงินเพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้าและบริการของมนุษย์ได้มีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันแม้เงินสดและเช็คยังคงมีการใช้อย่างแพร่หลายแต่ก็ถูกทดแทนด้วย “การชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์” (electronic payments) หรือ “e-payments” มากขึ้น บัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในการซื้อสินค้าและบริการมาสักช่วงใหญ่ๆ แล้ว ยังมีการโอนเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบต่างๆ เพื่อชำระเงินแก่คู่ค้าหรือจ่ายเงินเดือนแก่พนักงาน

“การชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์” ช่วยลดต้นทุน

เงินสดและเช็คมีต้นทุนการจัดการที่สูงมาก โดยเฉพาะเงินสด มีต้นทุนจากขั้นตอนการผลิตที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อป้องกันการปลอมแปลง จนกระทั่งถึงมือประชาชนมันจะต้องผ่านกระบวนการนับ คัดแยก ขนส่ง จัดเก็บ จนถึงการส่งธนบัตรที่เสื่อมสภาพกลับมาทำลายที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ยังต้องมีค่าประกันความเสียหายจากการสูญหาย โดยจะมีสามฝ่ายที่แบกรับภาระต้นทุนไว้มากที่สุด คือ ธนาคารแห่งประเทศไทยเพราะเป็นผู้ผลิตและกระจายธนบัตรสู่ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารพาณิชย์ในฐานะผู้กระจายธนบัตรถึงมือประชาชนผ่านช่องทางสาขาและเครื่องเอทีเอ็ม และกลุ่มร้านค้าที่จ่ายและรับเงินสด สำหรับประชาชนจะมีค่าใช้จ่ายทางอ้อมผ่านทางค่าสินค้าและบริการ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆ ของธนาคารพาณิชย์

สำหรับการชำระเงินด้วยเช็ค ผลการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ ไทยเมื่อไม่นานนี้พบว่า ภาคธุรกิจมีต้นทุนในการใช้เช็คเฉลี่ยต่อฉบับสูงถึง 88.6 บาทเลยครับ ประกอบด้วย ค่าใบเช็ค ค่าเวลา และเงินเดือนของพนักงาน และผู้บริหารที่เป็นผู้ลงนามบนเช็ค ในขณะที่การโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถทดแทนเช็คได้มีต้นทุนเฉลี่ยต่อรายการเพียง 28.2 บาท และจากข้อมูลในหลายๆ ประเทศบอกมาว่า e-payments ช่วยลดค่าใช้จ่ายของประเทศโดยรวมได้ไม่น้อยกว่า 1% ของ GDP ต่อปี ตรงนี้ทำให้ไม่ต้องสงสัยเลยนะครับว่าทำไมรัฐบาลในหลายประเทศ จึงได้กำหนดนโยบายให้มีการใช้ epayments เพื่อทดแทนเงินสดและเช็คมากขึ้น

“การชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์” ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและโอกาสในการทำธุรกิจ

จากการที่เงินสดและเช็คเป็นการทำธุรกรรมที่คู่ค้าต้องมาพบหน้ากัน (face to face transaction) จึงเป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจ e-commerce ในขณะที่ e-payments ช่วยให้คู่ค้าที่อยู่ห่างกันสามารถชำระเงินระหว่างกันได้ มีข้อมูลของบริษัท Global Insight พบว่าการขยายตัวของ e-payments ในอเมริกาได้ช่วยทำให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นถึง 6.5 ล้านล้านดอลลาร์ ในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมาและสามารถสร้างงานใหม่ให้ชาวอเมริกันได้ถึง 1.3 ล้านตำแหน่ง นอกจากนั้นยังช่วยเพิ่มโอกาสในการทำธุรกิจระหว่างประเทศได้อีกด้วย เห็นไหมครับว่ามันช่วยเพิ่มโอกาสอย่างมากเลยจริงๆ

“การชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์” เพิ่มความโปร่งใสในการใช้จ่ายเงิน

เพราะเงินสดเป็นสื่อการชำระเงินที่ไม่สามารถบ่งบอกตัวตนของผู้ใช้ได้ จึงยากแก่การควบคุมตรวจสอบการใช้จ่ายรวมถึงมักถูก ใช้เพื่อกิจกรรมที่ผิดกฎหมายต่างๆ อย่างการทุจริตคอรัปชั่น และธุรกิจผิดกฎหมายต่างๆ เป็น ต้น e-payments จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดปัญหาต่างๆ ที่กล่าวได้ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทั้งภาคธุรกิจและภาครัฐ ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดอีกอย่างคือ การช่วยแก้ปัญหาการหลบเลี่ยงการชำระภาษี ทำให้รัฐสามารถจัดเก็บภาษีได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยได้มากขึ้นด้วยครับ

ขณะนี้หลาย ประเทศได้พยายามขับเคลื่อนระบบการชำระเงินที่เขาใช้ศัพท์ว่า “ก้าวพ้นการพึ่งพาเงินสดและเช็ค” ไปสู่ยุคของ e-payments สำหรับประเทศไทยเราก็มีการจัดทำ “แผนกลยุทธ์ระบบการชำระเงิน 2553″ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทย กลุ่มธนาคารพาณิชย์ หน่วยงานภาครัฐและธุรกิจที่ใช้บริการชำระเงิน และกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการชำระเงิน โดยเขามีเป้าหมายหลักเพื่อผลักดันให้มีการใช้ e-payments ในประเทศมากขึ้นครับ ตรงนี้จะมีการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานให้มีประสิทธิภาพมั่นคงปลอดภัยมากขึ้น และการปรับให้ค่าธรรมเนียมของ e-payments ลดลง เพื่อจูงใจให้มีการใช้มากขึ้น

การหันมาใช้ e-payments แทนการใช้เงินสดและเช็คก็เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการธุรกิจต่างควรหาข้อมูลเกี่ยวกับบริการของธนาคารพาณิชย์ รวมถึงค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขอื่นๆ อย่างเช่น ระยะเวลาที่หักเงินจากบัญชี หรือนำเงินเข้าบัญชี เป็นต้น และยิ่งกว่านั้นการหาข้อมูลจากหลายธนาคารเปรียบเทียบกัน เพราะทำให้สามารถเลือกใช้บริการที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มศักยภาพในการทำธุรกิจได้ ในส่วนของประชาชนที่จัดเป็นผู้บริโภคเอง การหันมาใช้บัตรเดบิต บัตรเครดิต และการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์แทนการใช้เงินสดจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและลดความเสี่ยงจากการถือเงินสดจำนวนมากได้เป็นอย่างดีด้วย

เรียบเรียงจาก ไทยโพสต์

e-payments, electronic payments, การชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์
zrclip_001n3bb43038.png

กสิกรไทยออกแคมเปญชำระเงินผ่านมือถือ ฟรีค่าธรรมเนียมทุกบิล ฟรีทั้งปี

Aug 7th

Posted by Administrator in ธุรกิจการชำระเงินออนไลน์

No comments

ธนาคารกสิกรไทยรุกหนักบริการธนาคารบนมือถือ ดันยอดธุรกรรมจ่ายบิล-เติมเงินมือถือ ครึ่งปีเกือบ 4 ล้านรายการ สูงขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนกว่า 60% ล่าสุด ออกเเคมเปญรับชำระบิล เติมเงินมือถือ ผ่าน K-Mobile Banking PLUS ฟรีค่าธรรมเนียมทุกบิล ทั้งปี ตั้งแต่วันที่ 9 ส.ค. ถึงวันที่ 31 ธ.ค.2553

นายอาจ วิเชียรเจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ลูกค้าบุคคลและผู้ประกอบการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า บริการธนาคารผ่านโทรศัพท์มือถือกสิกรไทย (K-Mobile Banking) ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่า ณ สิ้นเดือนมิถุนายนปี 2553 มีลูกค้าผู้ใช้บริการจำนวนกว่า 1.8 ล้านราย เติบโตจากช่วงเดียวกันของปี 2552 ประมาณ 24% โดยลูกค้านิยมใช้บริการเติมเงินโทรศัพท์มือถือ และการชำระใบเรียกเก็บเงินต่าง ๆ ผ่าน K-Mobile Banking เป็นจำนวนเกือบ 4 ล้านรายการ เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนกว่า 60% เนื่องจากเป็นบริการที่ช่วยอำนวยความสะดวก ให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมในชีวิตประจำวันได้สะดวกทุกที่ทุกเวลา และมีความปลอดภัยสูง

ล่าสุด เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการธนาคารบนมือถือได้อย่างทั่วถึงยิ่งขึ้น รวมทั้งเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ลูกค้า ธนาคารกสิกรไทยได้ออกแคมเปญ “ฟรีทุกบิล ฟรีทั้งปีกับ K-Mobile Banking PLUS” ให้ลูกค้าที่ทำรายการเติมเงินค่าโทรศัพท์มือถือ หรือ ชำระบิลต่าง ๆ ที่มีค่าธรรมเนียม ผ่านบริการธนาคารบนมือถือ K-Mobile Banking PLUS จะได้รับเงินค่าธรรมเนียมคืน โดยธนาคาร ฯ จะทำการโอนเงิน จำนวนเท่ากับค่าธรรรมเนียมที่ลูกค้าจ่าย เข้าบัญชีของลูกค้าในรอบเดือนถัดไป ลูกค้าจึงได้รับทั้งความสะดวกสบายในการจ่ายบิลและเติมเงินมือถือ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายและเสียเวลาในการเดินทางไปยังจุดให้บริการรับชำระทั่วไป ตลอดจนไม่เสียค่าธรรมเนียมในการทำแต่ละธุรกรรมอีกด้วย

ลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่ที่ใช้โทรศัพท์มือถือเครือข่ายหลักทุกแห่ง สามารถใช้บริการเพื่อรับโปรโมชั่นในแคมเปญ “ฟรีทุกบิล ฟรีทั้งปีกับ K-Mobile Banking PLUS” โดยไม่จำกัดจำนวนครั้งในการใช้งานต่อท่าน ตั้งแต่วันที่ 9 ส.ค. ถึง 31 ธันวาคม 2553 สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ K-Contact Center 0 2888 8888 กด 03 หรือดาวน์โหลดโปรแกรมฟรีที่ www.kasikornbank.com/plus

นายอาจ กล่าวตอนท้ายว่า ตลาดผู้ใช้บริการธนาคารบนมือถือในประเทศไทยยังสามารถเติบโตได้อีกมาก และธนาคารกสิกรไทยก็พร้อมที่จะพัฒนาบริการของธนาคาร ฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าผู้ใช้งานที่จะมีเพิ่มขึ้นในอนาคต ควบคู่ไปกับการดูแลระบบการให้บริการให้มีความปลอดภัยสูงสุด สามารถใช้งานได้กับทุกเครือข่ายมือถือหลัก และรองรับเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือได้อย่างทั่วถึงทุกรุ่น

K-Mobile Banking, K-Mobile Banking PLUS, ธนาคารบนมือถือ, ธุรกรรมจ่ายบิล-เติมเงินมือถือ, “ฟรีทุกบิล ฟรีทั้งปีกับ K-Mobile Banking PLUS”
zrclip_001n1ad6f4dc.png

ทรู ดิจิตอล พลัส ผนึกกำลัง ธนาคารกสิกรไทย บุกตลาดเกมออนไลน์ด้วย K-My Debit Card : Gamer Edition

Jul 29th

Posted by Administrator in ธุรกิจการชำระเงินออนไลน์

No comments

กทม.29/07/53 ‘ทรู ดิจิตอล พลัส’ ผู้นำบริการเกมออนไลน์ ผนึกกำลังพันธมิตร ‘ธนาคารกสิกรไทย’ เปิดตัว K-My Debit Card : Gamer Edition เติมเต็มความคุ้มค่าให้คอเกมสนุกแบบไร้ขีดจำกัด ผ่านบัตรเดบิตสายพันธุ์ใหม่ หวังขยายฐานเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบเกมออนไลน์ ด้วยสิทธิประโยชน์หลากหลายที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์เกมเมอร์ พร้อมฉีกรูปแบบบัตรเดบิตเดิมๆ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ใช้บัตรสามารถเลือกดีไซน์ลวดลายของเกมออนไลน์ สุดโปรดบนบัตรเดบิตได้ด้วยตัวเอง พร้อมคับคั่งด้วยเหล่าเกมเมอร์คนดัง อาทิ อ๋อม-อรรคพันธ์ นะมาตร์, มาริโอ้ เมาเร่อ, กันต์ กันตถาวร และ ยิปโซ- รมิตา มหาพฤกษ์พงศ์ เข้าร่วมอัพเดทบริการใหม่ คาดมีผู้ใช้บัตรกว่า 10,000 ราย ภายใน 3 เดือน

นายอิศร์ เตาลานนท์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทรู ดิจิตอล พลัส จำกัด กล่าวว่า

” ความร่วมมือระหว่าง ทรู ดิจิตอล พลัส กับ ธนาคารกสิกรไทย เปิดบริการใหม่ K-My Debit Card : Gamer Edition ครั้งนี้ จะเพิ่มประสบการณ์ความสนุกสนานตื่นเต้น และเติมเต็มความคุ้มค่าแบบไร้ขีดจำกัด ทั้งในด้านสิทธิประโยชน์ของบัตร และการขยายช่องทางการเติมเงินออนไลน์ ให้สะดวกรวดเร็วขึ้น นอกจากนี้ บริการ K-My Debit Card : Gamer Edition ยังมีความโดดเด่นที่ให้ลูกค้าสามารถสร้างเอกลักษณ์แสดงความเป็นเจ้าของบัตร เลือกดีไซน์บัตรเดบิตใบโปรด จากเกมออนไลน์สุดฮิตที่ชื่นชอบ ได้แก่ EA SPORTSTM FIFA Online 2 เกมฟุตบอลออนไลน์ ที่นำเอาสุดยอดนักเตะที่มีชื่อเสียงกว่า 12,000 คน จากสนามแข่งกว่า 40 สนาม พร้อมการแข่งขันกว่า 20 รายการทั่วโลกมารวมกัน Special Force เกมออนไลน์แนว Military FPS (First Person Shooting) ที่ครองความนิยมเป็นอันดับหนึ่งทั้งในเมืองไทยและประเทศเกาหลีมาอย่างต่อ เนื่อง หรือจะเลือกภาพสวยสมจริงจาก Hip Street เกมแนวมิวสิคแด๊นซ์นำเข้าจากประเทศจีน ซึ่งสามารถเล่นได้ทุกเพศทุกวัยมาเป็นลวดลายบนบัตรอย่างไม่ซ้ำแบบใคร ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย สะดวก รวดเร็ว ทันใจ คนรุ่นใหม่ อีกทั้ง ลูกค้าสามารถสั่งซื้อไอเทมทุกเกมในเครือ GG ผ่านบริการ K Web Shopping Card ได้อย่างง่ายดายโดยสมัคร ลงทะเบียนผ่าน www.gg.in.th

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า

” ธนาคารกสิกรไทย มีความมั่นใจที่จะสนับสนุนบริการ K-My Debit Card : Gamer Edition ร่วมกับทรู ในฐานะผู้นำด้านธุรกิจเกม ซึ่งมีบทบาทต่อวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เพื่อขยายช่องทางในการทำธุรกรรมทางการเงินให้ผู้ใช้บริการ เกมออนไลน์ ซึ่งปัจจุบัน มีสมาชิก จำนวน 6 ล้านรายทั้งประเทศ ให้ได้รับความสะดวกสบายและสิทธิประโยชน์ที่ตรงใจทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยคาดหวังให้ K-My Debit Card : Gamer Edition เป็นเครื่องมือช้อปปิ้งเกมออนไลน์ได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ พร้อมเป็นบัตรใบโปรดของเกมเมอร์ที่สามารถใช้รับสิทธิพิเศษอื่นๆ จาก ทรู และ ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าจะช่วยขยายฐานกลุ่มเป้าหมายให้กว้างขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ โดยตั้งเป้าระยะสั้นภายใน 3 เดือน จะมีผู้สมัครบริการ K-My Debit Card: Gamer Edition มากกว่า 10,000 ราย ทั่วประเทศ”

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเลือกลายกรอบเกมที่ชื่นชอบ และถ่ายรูปตัวเองบนบัตรได้ในเกม hip Street และ Special Force โดยธนาคารกสิกรไทย จัดเตรียมตู้ K-My Debit ไว้บริการ 10 สาขา ได้แก่ สาขาสยาม สแควร์, สาขาฟอร์จูนทาวน์, สาขาย่อยเซ็นทรัล ลาดพร้าว, สาขาซีคอนสแควร์, สาขาย่อยโลตัส พระรามที่ 4, สาขาย่อยเดอะมอลล์ บางกะปิ สาขาย่อยฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต, สาขาย่อยไอที สแควร์, สาขาย่อยเซ็นทรัล พระรามที่ 2, สาขาย่อยเซ็นทรัล ปิ่นเกล้าและเพื่อต้อนรับการเปิดตัวในครั้งนี้ธนาคารฯ จึงมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า ทรู ดิจิตอล พลัส ดังนี้

ลูกค้า ทรู ดิจิตอล พลัส ที่ไม่เคยมีบัญชีกับ ธนาคารกสิกรไทย มาก่อน เพียงเปิดบัญชีออมทรัพย์ที่ สาขาของธนาคาร 500 บาทขึ้นไป รับทันที 10,000 DE จากนั้นเข้ามาลงทะเบียน และกรอกรหัสผ่านที่ www.gg.in.th เพื่อยืนยันการรับคูปองสิทธิพิเศษนี้ เริ่มตั้งแต่ วันนี้ ถึง 31 ตุลาคม 2553 เป็นเวลา 3 เดือน

ลูกค้า ทรู ดิจิตอล พลัส ที่มีบัญชีกับธนาคารอยู่แล้วจะได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้า มูลค่า 50 บาททันที เมื่อสมัคร K-My Debit Card : Gamer Edition และได้รับ 35000 DE พร้อมไอเทมพิเศษของสามเกมดัง จาก ทรูดิจิตอล พลัส ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2553 นอกจากนี้ ผู้ที่สมัครบริการ K-Web Shopping Card ยังมีสิทธิ์รับไอเทมพิเศษอีกด้วย

ภายในงานเปิดตัวบัตร K-My Debit Card : Gamer Edition ได้รับเกียรติจากคนรุ่นใหม่ สาวกเกมออนไลน์ ชื่อดังในวงการบันเทิง นำโดย อ๋อม-อรรคพันธ์ นะมาตร์, มาริโอ้ เมาเร่อ, กันต์ กันตถาวร และยิปโซ – รมิตา มหาพฤกษ์พงศ์ มาร่วมอัพเดทบริการใหม่ไร้ขีดจำกัดพร้อมเปิดเผยประสบการณ์การเล่นเกมออนไลน์ สุดโปรด ที่ผูกพัน และเติมสีสันให้ชีวิตประจำวันที่ยุ่งเหยิงให้กลายเป็นความเพลิดเพลินได้

แหล่งข้อมูล: RYT9

EA SPORTSTM FIFA Online 2, K-My Debit Card : Gamer Edition, K-Web Shopping Card, Military FPS (First Person Shooting), Special Force, ทรู ดิจิตอล พลัส, บัตรเดบิต, เกมออนไลน์
12345»...Last »
    • Recent comments
    • Popular posts
    • Archives
    • Tags
    • Categories
    • Uncategorized (2)
    • ธุรกิจการชำระเงินออนไลน์ (33)
    • บัตรเครดิต-การชำระเงิน (2)
    • ระบบชำระเงิน (25)
    • รายงานทางวิชาการ (4)
    • สภาพแวดล้อมทางธุรกิจชำระเงินออนไลน์ (14)
    • สินค้า-ตลาดชำระเงินออนไลน์ (31)
    • อี-คอมเมอร์ซ กับการชำระเงิน (7)
    • เกมส์ออนไลน์ (7)
    • เครือข่ายเติมเงินออนไลน์ (6)
    • เติมเงินโทรศัพท์ (12)
    • เทคโนโลยีชำระเงิน (21)
    • โครงสร้างพื้นฐาน-Infra Structure (6)
    2010 FIFA World Cup South Africa(tm) PS3 Game Drift Street FreeStyle Goal Challenger Micro Payment MiniPlay+ Mobile Contactless MOLPoint mPay mPAY STATION Near Field Communication (NFC) Nostale Paypal Paysbuy Playpark PlayStation(r)3 PSP3000 TaradPay Trickster VanillaCat virtual goods YAMAHA FOOTBALL FESTIVAL 2010 Yamaha Star Kicker Game with Sanook.com" คลับการ์ด งานเทศกาลเบียร์ฮาร์บิน ชิงเต่า ช้อปปิ้งออนไลน์ ต้าเหลียน ธุรกรรมทางการเงิน ธุรกิจชำระเงินออนไลน์ บริการชำระเงินผ่านระบบอิเลคทรอนิกส์ บัตรทานอาหาร ยามาฮ่าสแควร์ ระบบชำระเงินออนไลน์ วัน-ทู-คอล วิสัยทัศน์ สถานีวิทยุซีอาร์ไอ สินค้าเสมือนจริง อี-แบงค์กิ้ง อีคอมเมิร์ซ อีซี่ ท็อป-อัพ เกมส์ออนไลน์ เติมเงินโทรศัพท์มือถือออนไลน์ เทคโนโลยีเอ็นเอฟซี ไลฟ์สไตล์ มาร์เก็ตติ้ง
    • October 2010 (3)
    • September 2010 (2)
    • August 2010 (4)
    • July 2010 (34)
    • June 2010 (16)
    • วัน-ทู-คอล แจกมาสด้า ในแคมเปญ “ลุ้นรถ 12 คัน 12 สัปดาห์” (0)
    • “เอดีที ออนไลน์” ก้าวสู่ผู้นำ ตู้เติมเงินหยอดเหรียญ (0)
    • แอดวานซ์ เอ็มเปย์ จับมือตลาดดอทคอม ปฏิวัติรูปแบบการชำระเงินบนโลกออนไลน์แบบเดิมๆ (0)
    • ค่ายมือถือเปิดสงครามเอ็ม-เปย์เมนท์ (0)
    • ฮัทชิสัน เปิดช่องทางเติมเงินผ่าน Siamtopup.com (0)
  • โพสต์ล่าสุด

    • ทีโอที ผนึก เอไอเอส วัน-ทู-คอล! เพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าทั่วประเทศเติมเงินผ่าน JUST PAY
    • “ฟอร์ท”รุกขยายตู้เติมเงินมือถือออนไลน์ ปูพรม10,000จุดทั่วปท.ปลายปีนี้
    • ‘เอ็มเปย์’รุกคอเกมบริการบัตรเงินสด
    • ไอซีทีนำร่องส่งสินค้าโอทอปขายออนไลน์
    • เงื่อนปมภาษี-เปิดเสรีการค้า ความท้าทายอีคอมเมิร์ซไทย
  • ปฎิทิน

    May 2012
    M T W T F S S
    « Oct    
     123456
    78910111213
    14151617181920
    21222324252627
    28293031  
  • รู้ไว้ ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม

  • แนะนำให้อ่าน

    • กลยุทธ
    • ปฐมบท
    • ระบบชำระเงิน
    • เข้าสู่ธุรกิจชำระเงิน
    • แผนธุรกิจ
  • ทวี้ทล่าสุด

    Loading tweets...
    Follow me on Twitter!
  • ชำระเงินออนไลน์

    • ChaiyoPay 0
    • Jay Mart 0
    • Thailand Money Transfer 0
    • ตาราดเปย์ 0
    • ถูกดี-โทรไปต่างประเทศ 0
    • ทรู มันนี่ 0
    • สยามท็อปอัพ 0
    • อีเปย์ – e-pay 0
    • แอดวานซ์ เอ็มเปย์ 0
    • ไทยอีเปย์ 0
  • ธนาคารออนไลน์

    • กรุงศรีออนไลน์ 0
    • กรุงเทพ อินเทอร์เน็ตแบงค์กิ้ง 0
    • ซิตี้แบงก์ ออนไลน์ 0
    • ทหารไทย อินเทอร์เน็ตแบงค์กิ้ง 0
    • ธนชาต สมาร์ทเว็บ 0
    • ธนาคาร กสิกรไทย 0
    • ธนาคารไทยพาณิชย์ 0
    • บมจ.ธนาคารกรุงไทย 0
  • ธุรกรรมอิเล็คทรอนิคส์

    • คณะกรรการธุรกรรมอิเล็คทรอนิคส์ 0
    • คณะกรรมการระบบการชำระเงิน (กรช.) 0
    • คลังปัญญาไทย-ธุรกรรมอิเล็คทรอนิคส์ 0
    • พระราชบัญญัติว่าด้วย ธุรกรรมทางอิเล็คทรอนิคส์ 0
    • ระบบการชำระเงิน-ธนาคารแห่งประเทศไทย 0
    • ศูนย์พัฒนาพานิชยกรรมอิเล็คทรอนิคส์ 0
  • บัตรเติมเงิน

    • 1-2 Call 0
    • ทรู มูฟ 0
    • ฮัทช์ 0
    • แฮปปี้ จาก ดีแทค 0
    • ไอ โมบาย 3GX 0
  • บัตรเติมเงิน-เกมส์ออนไลน์

    • a-Cash 0
    • G-Card 0
    • Play Card 0
    • TOT Prepaid 0
    • คุกกี้ การ์ด 0
    • ทรู D Special 0
    • วิเนอร์ ออนไลน์ 0
  • แนะนำ-เวบไซต์ของเรา

    • บล็อก; The Transaction 0
    • เวบนำเสนอธุรกิจเติมเงินออนไลน์ 0
    • เวบบอร์ดผู้ให้บริการเติมเงินออนไลน์ 0
    • เวบศูนย์กลางและเครือข่าย 0
  • User Login






    • Lost your password?
Mystique theme by digitalnature | Powered by WordPress
RSS Feeds XHTML 1.1 Top FireStats icon Powered by FireStats